เหตุผลที่เราควรเลิกใช้ Flash Drive ในการเปลี่ยนโฆษณาบนจอทีวี (ตอนที่ 1)

ในบทความนี้ เราจะมาดูกันครับว่าการใช้ Flash Drive ในการเปลี่ยนสื่อโฆษณาบนจอทีวี มีข้อจำกัด และมีข้อเสียอย่างไรบ้าง เมื่อเทียบกับการใช้งาน Digital Signage Software บนระบบ Signnex โดยบทความนี้จะเป็นถูกย่อยออกมาเป็นตอนที่ 1 จากทั้งหมด 3 ตอนด้วยกัน ซึ่งในตอนที่ 1 นี้จะเน้นถึงการเปรียบเทียบใน 2 มิติ ประกอบด้วยการปรับเปลี่ยน Content และการบริหารจัดการ Content ที่จะแสดงผลขึ้นจอโฆษณา


หลังจากที่ผมได้เขียนแนะนำถึงความสามารถของซอฟต์แวร์ที่ทำงานในรูปแบบ On Cloud ไปในบทความที่แล้วในหัวข้อ On-Cloud Solution คืออะไร หลาย ๆ ท่านอาจจะยังมองภาพไม่ออกว่า Solution นั้นมันแตกต่างกับการเปลี่ยนโฆษณาผ่าน Flash Drive อย่างไร ดังนั้น ในวันนี้ผมจะมาขยายความอย่างละเอียดโดยทำการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้ง 2 Solution ให้คุณได้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น (โดยคุณสามารถดูภาพประกอบการเปรียบเทียบในแต่ละมิติ จากภาพด้านบน)

มิติที่ 1: การเปลี่ยนแปลง แก้ไข Content

หากคุณอยู่ในแผนกการตลาด หรือทำงานใกล้ชิดกับแผนกการตลาดนั้น คุณจะต้องทราบอยู่แล้วว่าการทำการตลาดจะต้องมีการปรับเปลี่ยนสื่อโฆษณาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่นใหม่ ๆ ตามช่วงเทศกาล หรืออะไรก็ตามขึ้นอยู่กับแคมเปญการตลาดของแต่ละบริษัท

ซึ่งหากในปัจจุบันนี้คุณใช้งาน Flash Drive อยู่ คุณจะพบว่าในการปรับเปลี่ยนสื่อโฆษณา หรือโปรโมชั่นแต่ละครั้งนั้นมีความยุ่งยาก ขั้นตอนที่เยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการประสานงาน การจัดส่ง Flash Drive ไปแต่ละสาขา รวมถึงอาจจะต้องส่งทีม IT เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาหน้าสาขา ยิ่งหากคุณมีสาขา หรือมีการใช้งานจอ Digital Signage มากเท่าไร จะยิ่งเกิดความยุ่งยากมากเท่านั้น และการปรับเปลี่ยนสื่อโฆษณาในแต่ละครั้งก็ไม่สามารถทำได้ในทันที (เพราะด้วยสาเหตุที่ต้องมีการประสานงานต่าง ๆ กับแต่ละสาขา ทำให้มีระยะเวลาเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอน)

จากปัญหาข้างต้นนี้ หากคุณเปลี่ยนมาใช้ Signnex (Digital Signage Software) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ในรูปแบบ On-Cloud คุณไม่จำเป็นต้องส่ง Flash Drive ไปยังแต่ละสาขา คุณไม่จำเป็นต้องประสานงานกับแต่ละสาขาทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนสื่อโฆษณา เพราะจอโฆษณา (Digital Signage) ทุกจอนั้น อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ ซึ่งถ้าให้พูดแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือคุณสามารถควบคุมจอโฆษณาทุก ๆ สาขาผ่านนิ้วมือของคุณนั่นเอง

ถึงแม้ว่า Digital Signage Software นั้นจะมีค่า Software License ก็ตาม แต่คุณสามารถลด Hidden Cost ที่ไม่สามารถควบคุมได้จากการจัดส่ง Flash Drive ไปในแต่ละสาขา การประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาขา รวมถึงการจัดส่งทีมงาน IT เข้าไปช่วยแก้ปัญหาในแต่ละสาขา ซึ่งยิ่งบางสาขาอยู่ห่างไกลจากสำนักงานใหญ่ ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมามากขึ้นเท่านั้น

มิติที่ 2: การจัดทำ Content

การจัดทำ Content หรือการจัดเรียง Content บน Flash Drive นั้นจะต้องจัดเรียงตามชื่อไฟล์ (เช่น ชื่อไฟล์ภาพขึ้นต้นด้วยเลข 1 จะถูกแสดงผลก่อนชื่อไฟล์ภาพ/วิดีโอที่ขึ้นต้นด้วยเลข 2) เพื่อให้จอโฆษณา (Digital Signage) ทำการเล่นสื่อโฆษณาตามลำดับที่เรากำหนดไว้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม

แต่คุณลองจินตนาการดูว่า หากในกรณีที่คุณมีการใส่สื่อโฆษณาหลาย ๆ ไฟล์ หลาย ๆ ภาพเข้าไปใน Flash Drive โดยคุณมีการจัดเรียงชื่อไฟล์อย่างเรียบร้อยแล้ว ต่อมาวันหนึ่งคุณต้องการแทรกภาพบางภาพหรือวิดีโอบางตัวเข้าไปในลำดับที่ 5 จากทั้งหมด 12 ไฟล์ คุณก็จะต้องมาทำการแก้ไขชื่อไฟล์ (Rename) ทุก ๆ ไฟล์ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้จอโฆษณาทำการเล่นสื่อโฆษณาตามลำดับที่เราต้องการ

และหลังจากมีการปรับเปลี่ยนสื่อโฆษณาบน Flash Drive เรียบร้อยแล้ว คุณก็จะต้องจัดส่ง Flash Drive ชุดใหม่ไปในแต่ละสาขาเพื่อทำการเปลี่ยนอีกเช่นเคย

จากปัญหาข้างต้นนี้ จะกลายเป็นเรื่องง่ายมาก ๆ หากคุณเปลี่ยนมาใช้ Signnex (Digital Signage Software) เพราะเรามีเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดการ Content ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม Content ใหม่ ๆ เข้าไป การลบ Content เก่าออก หรือแม้กระทั่งการปรับลำดับการแสดงผลของ Content ก็ตาม

บทสรุป

จากการเปรียบเทียบ 2 มิติด้านบนระหว่างการใช้งาน Flash Drive กับการควบคุมจอโฆษณาด้วยซอฟต์แวร์ คุณน่าจะพอมองเห็นข้อดีของการเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์มากขึ้น ซึ่งในตอนที่ 2 เราจะมาขยายความอีก 2 มิติในด้านของ การตรวจสอบสถานะของหน้าจอ และความหลากหลายของการนำเสนอ Content

หากคุณสนใจติดตั้งระบบ Digital Signage Software กับธุรกิจของคุณ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Signnex : Digital Signage Software

No Comments

Leave a Comment

Please be polite. We appreciate that.
Your email address will not be published and required fields are marked